top of page

🌐✨ "บทเรียนInternationa 101: พาผลิตภัณฑ์ของคุณสู่ตลาดโลก (และยังคงรักษาสติไว้ได้!)" 🧘‍♂️💼



🔍 เริ่มต้นด้วยการเข้าใจกันหน่อยว่า Globalisation, Internationalisation, Localisation, และ Translation แตกต่างกันยังไง พวกนี้ไม่ใช่แค่คำศัพท์งงๆ ที่เท่ๆ นะครับ แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้สินค้าเราไม่งงงันในตลาดโลก! 🤯


เช็คลิสต์สำหรับการบุกตลาดโลก

1. กลยุทธ์: คุณจะเลือกเป็น "Global" แบบไมโครซอฟต์ หรือ "Multi-domestic" แบบอูเบอร์ดี? คิดให้ดีเพราะมันจะมีผลต่องบประมาณและการตัดสินใจทางธุรกิจที่ยากจะย้อนกลับ!

2. ลำดับความสำคัญ: อย่าตัดสินใจเลือกประเทศที่จะไปสุ่มๆ เพราะเดี๋ยวจะเป็น "จับฉลากชาติ" เลือกตามกรอบวิธีการที่มีเหตุผลจะดีกว่า 😊


3. การวัดความสำเร็จ: อ๋อ! ที่กะจะบุกตลาดโลกเพราะอยากเพิ่มรายได้ใช่ไหม? งั้นต้องคำนวณค่า ROI ให้ดี แล้วหาเกณฑ์การวัดความสำเร็จที่เหมาะสม 😎


4. คู่แข่งและผู้ใช้ใหม่: ข้อมูลเปรียบเทียบคู่แข่งคือเรื่องสำคัญ ถ้ามีคู่แข่งอยู่แล้วจะทำให้ไม่มีใครหลุดรอดตา "ชาวบ้าน" ไปได้!


5. ข้อมูลและกฎหมาย: เรื่องนี้คือ "อร่อยที่สุด"! โปรดเช็คกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวในประเทศที่จะบุกให้ดี ไม่งั้นอาจจะต้องกลับไปที่กระดานวาดฝันใหม่ 🎨


6. ดีไซน์และวิศวกรรม: จำไว้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณต้องเปลี่ยนแปลงตามตลาดใหม่ ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ จะต้องเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้ใช้ใหม่ๆ ด้วยนะครับ 🌐


7. การจัดการบัญชีและการสนับสนุน: ต้องมีการเตรียมตัวและปรับตัวการบริการให้เหมาะสมกับตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างคนท้องถิ่นหรือการตั้งเวลาเท่าของการให้บริการ


🎉 ขอให้ทุกคนโชคดีในการพาผลิตภัณฑ์ของคุณไปสู่ตลาดโลก และขอให้ผลิตภัณฑ์ของคุณประสบความสำเร็จทุกๆ ที่บนโลกใบนี้! 🖖🏽🌎


และแน่นอนครับ! มาดูกันว่าสูตรลับของการพาผลิตภัณฑ์ของคุณไปสู่ตลาดโลกแบบฮาๆ กันเถอะ! 🌍🎉

1. อินเตอร์เนชั่นแนลคืออะไรนะเธอ: อย่าสับสนระหว่าง Globalisation กับ Internationalisation นะครับ ง่ายๆ ก็คือ Globalisation คือการบอกว่า "เฮ้ย! เราพร้อมลุยตลาดทุกประเทศ" ส่วน Internationalisation หรือ i18n คือการทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณยืดหยุ่นได้ทุกตลาดเหมือนน้ำปลาที่เข้ากับทุกเมนู! 🍜


2. คู่แข่งน่ะมีไหม: ต้องรู้ว่าใครจะมาแข่งกับคุณในตลาดใหม่ ถ้ารู้แล้วก็อาจจะต้องปล่อยหมัดเด็ดเหมือนในหนังจีนเพื่อเอาชนะเขานะครับ! 🥋


3. พฤติกรรมผู้ใช้ใหม่: การรู้ว่าผู้ใช้ใหม่ในตลาดต่างประเทศมีพฤติกรรมยังไงก็เหมือนการรู้ว่าควรใส่เกลือหรือใส่น้ำตาลในต้มยำกุ้ง! 🦐


4. การดีไซน์ต้องเปลี่ยนแปลง: แน่นอนว่า UI ของคุณอาจจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เป็นเหมือนเสื้อกันหนาวในฤดูร้อนของประเทศไทย เพราะฉะนั้นดีไซน์ของคุณต้องดีงามและเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น! 🌞


5. การสนับสนุนและบริการลูกค้า: ลองคิดดูสิว่าการมีบริการลูกค้าที่พูดภาษาท้องถิ่นได้คือเรื่องสำคัญแค่ไหน! เช่นเดียวกับการส่งเมนูภาษาไทยให้ฝรั่งในร้านอาหารไทย 🍽️


โอเคครับ มาดูกันว่าหนังสือเรื่อง "Internationalisation 101" ช่วยชาว UX/UI ตอบโจทย์อะไรได้บ้างในแบบฮาๆ 😄

1. ออกแบบที่เข้าใจทั่วโลก: ช่วยให้ชาว UX/UI ออกแบบแอพที่ไม่ว่าใครที่ไหนในโลกก็เข้าใจได้ ไม่ต้องมีคู่มือภาษาเอเลี่ยนแปล! 🛸


2. สีสันที่ต้องระวัง: ถ้าคุณคิดว่า "สีเขียวคือสีแห่งความสงบสุข" เพื่อนที่จีนอาจจะคิดว่า "ไม่! สีแดงสิ!" ☂️


3. ไอคอนที่สื่อสารถูกต้อง: อย่าเผลอใช้ไอคอนรูปนกฮูกในเอเชียเพราะคนที่นั่นอาจคิดว่าเป็นนกโง่! (ขณะที่ในอเมริกาคือเจ้านักปราชญ์) 🦉


4. การแปลที่ไม่พลาด: ไม่ต้องหวั่นว่าสโลแกนของคุณจะถูกแปลเป็นอะไรที่สุดฮาในภาษาอื่น อย่างการแปลชื่อร้านจาก "สุกี้" เป็น "ร้านที่มีคนโสดมาเยอะ" 🤪


5. การออกแบบที่ยืดหยุ่น: ป้องกันไม่ให้ข้อความภาษาอื่นล้นออกนอกหน้าจอเหมือนการใส่เสื้อยืดตัวเล็กเกินไป! 👕


6. ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ตรงเป้าหมาย: ความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ในประเทศต่างๆ ช่วยให้คุณออกแบบ UX ที่เหมือนกับการรู้ว่า "ต้องใส่พริกกี่เม็ดในส้มตำ" 🌶️


สรุปก็คือหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ชาว UX/UI สามารถพาผลงานของเขาไปสู่ตลาดโลกแบบที่ไม่มีใครงง! 🎉

อ่านเพิ่มเติม ได้จาก Link นี้ 🔗 : https://www.linkedin.com/pulse/internationalisation-101-how-take-your-product-global-galina-ryzhenko/

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
9 บทเรียนที่...กว่าจะเข้าใจ ก็ใช้ชีวิตไปไม่น้อย

(อ่านแล้วอาจจะเงียบไปแป๊บ เพื่อหายใจลึกๆ และกลับมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง) ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน เราเติบโตมาท่ามกลางคำว่า "ต้องเก่ง",...

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page