top of page

💥 วิจัยอะตอมในคณะกรรมาธิการยุโรป — กรณีศึกษา UX ที่น่าตื่นเต้น!



บทความนี้สำรวจกระบวนการที่ทีมที่ Deloitte/Wingman ใช้ในการวิจัยและออกแบบในองค์กรระดับโลก

เครดิตภาพ REUTERS/Yves Herman


เมื่อต้นปีนี้ทีมของผมที่ Deloitte/Wingman ได้เริ่มโครงการวิจัยที่คณะกรรมาธิการยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโมเดลการแบ่งกลุ่มอุปกรณ์ IT ใหม่สำหรับพนักงานทุกคน


เป้าหมายหลักของเรา:

จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้กับพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ


เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เราต้องระบุอุปกรณ์ที่พนักงานต้องการใช้งานอย่างแม่นยำ


แน่นอนว่าในองค์กรที่มีพนักงานประมาณ 55,000 คนใน 28 ประเทศ เราไม่สามารถถามพนักงานทุกคนได้


เราจึงต้องใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณที่อิงจากการวิเคราะห์ทางสถิติ


ในเวลาเดียวกันเราต้องการไม่เพียงแค่อุปกรณ์ที่พนักงานใช้งานหรือไม่ใช้งาน


จากการสัมภาษณ์เบื้องต้น เราทราบว่ามีปัจจัยอื่นๆ เช่น ประเภทของงานที่พนักงานทำ หรือตำแหน่งของพนักงานในองค์กร


นั่นหมายความว่าเราต้องระบุตัวแปรอื่นๆ ที่มีผลต่อความต้องการอุปกรณ์เหล่านี้


เพื่อทำความเข้าใจในความซับซ้อนนี้ เราได้สร้างระบบที่ช่วยให้เราสามารถกำหนดสมมติฐานและทดสอบด้วยข้อมูลจริง


สิ่งนี้ทำให้เกิดกลยุทธ์วิจัยที่อิงจากสองอ้างอิงหลัก:

1. การวิจัย UX แบบอะตอม (Atomic UX Research) ของ Daniel Pidcock

2. Revamped Double Diamond ของ Dan Nessler


การวิจัย UX แบบอะตอม:


โมเดลนี้แบ่งข้อมูลออกเป็นสี่ชั้น:


1. การทดลอง: ประเภทของกิจกรรมวิจัย เช่น แบบสำรวจ การศึกษาด้วยไดอารี่ การทดสอบการใช้งาน เป็นต้น

2. ข้อเท็จจริง: การสังเกตการณ์ที่ไม่มีอคติ

3. ข้อมูลจากการตีความ: การตีความที่นักวิจัยทำจากข้อเท็จจริง

4. ข้อสรุป: การกระทำที่นักวิจัยแนะนำให้ทำตามข้อเท็จจริงและการตีความ


Revamped Double Diamond:

โมเดลนี้ช่วยวางกิจกรรมของแต่ละขั้นตอนในบริบทของโครงการ


ผสมผสานสองโมเดลนี้:

เราได้ผสานสองโมเดลนี้เป็นเฟรมเวิร์กเดียวที่ตอบโจทย์ของเรา


ขั้นตอนเชิงคุณภาพ:

เฟสแรกเป็นการสำรวจเชิงลึกผ่านการสัมภาษณ์


ขั้นตอนเชิงปริมาณ:

เฟสที่สอง เราได้ทดสอบสมมติฐานที่ได้มาจากการสัมภาษณ์ผ่านแบบสอบถาม


สรุปผล:

ผลลัพธ์สุดท้ายคือข้อแนะนำ 17 รายการสำหรับการจัดสรรอุปกรณ์ IT ในคณะกรรมาธิการยุโรป


การมีขั้นตอนที่ชัดเจนทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจและมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ที่ดีเกี่ยวกับปัญหา


โอ้โห คำถามเด็ด ๆ แบบนี้! มาดูว่า *Continuous User Research in 11.6 Seconds* จะช่วยชาว UX/UI แบบเทพ ๆ ยังไงบ้าง:

1. เร็วเหมือน Flash ⚡️: อยากให้วิจัยผู้ใช้เร็วขนาดไหน? หนังสือเล่มนี้บอกเลยว่าเร็วเท่ากะพริบตา! ไม่ต้องนั่งรอเป็นวัน ๆ แล้ว


2. ตัดสายยางดอง ⏳: ไม่ต้องดองโปรเจกต์ไว้จนราขึ้น! เทคนิคที่เล่มนี้สอนจะทำให้คุณวิจัยได้แบบรวดเร็วและตรงจุด


3. เทพการจัดการ 📋: อยากเป็นพระเจ้าแห่งการจัดการข้อมูลไหม? หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณจัดการข้อมูลวิจัยผู้ใช้ได้อย่างมือโปร


4. ไม่เหงาในทีม 🤝: ทุกคนในทีม UX จะมองคุณเป็นฮีโร่ การมีข้อมูลที่แม่นยำและเร็วจะทำให้คุณดูดีและเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน


5. เพิ่มความเทพในการประชุม🧙‍♂️: ทุกครั้งที่มีประชุม คุณจะกลายเป็นดาวเด่น เพราะการวิจัยของคุณมีข้อมูลเชิงลึกและตอบโจทย์มาก


6. วิจัยแบบไม่ใช่ทฤษฎียาวเหยียด 🥱: ถ้าคุณเบื่อการฟังทฤษฎีที่ยาวเหมือนนิยาย 10 เล่มจบ หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกอย่างง่ายและสนุก


7. อัพเลเวลการทำงาน 📈: การวิจัยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้การออกแบบ UX/UI ของคุณดูดีและใช้งานได้จริง พูดง่าย ๆ ก็คือเลิศ


8. ทำให้คุณรู้สึกเป็นนักสืบ 🕵️‍♀️: ทุกครั้งที่ได้ทำวิจัย คุณจะรู้สึกเหมือน Sherlock Holmes ค้นหาความจริงและแก้ไขปัญหาที่ซ่อนอยู่


ถ้าคุณไม่อยากพลาดทุกความรู้และเทคนิคที่เทพ ๆ ของการวิจัยผู้ใช้ ต้องอ่าน *Continuous User Research in 11.6 Seconds* แล้วชีวิตของคุณจะสบายขึ้นเยอะ! 📚🚀


#ตอบโจทย์ทุกข้อ #UXUIเทพ #วิจัยผู้ใช้สายฟ้าแลบ #ความรู้คือลายลักษณ์อักษร #อ่านแล้วชีวิตดี๊ดี


อ่านเพิ่มเติม ได้จาก Link นี้ 🔗 :https://uxdesign.cc/atomic-research-in-the-european-commission-a-ux-case-study-a46e5d13f1de

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
9 บทเรียนที่...กว่าจะเข้าใจ ก็ใช้ชีวิตไปไม่น้อย

(อ่านแล้วอาจจะเงียบไปแป๊บ เพื่อหายใจลึกๆ และกลับมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง) ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน เราเติบโตมาท่ามกลางคำว่า "ต้องเก่ง",...

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page